จี้พระ จากอดีตจนถึงปัจจุบันเชื่อว่าหลายคนคงเชื่อเรื่องการใส่จี้พระเครื่องของคนไทยเรานั้น ไม่มีสูตรสำเร็จขึ้นอยู่กับ ความเชื่อ ความศรัทธา และค่านิยมของแต่ละบุคคล สำหรับหลายท่านที่ต้องการมีพระเครื่องที่ใส่แล้วสบายใจ อบอุ่นใจ ไม่เกี่ยวกับราคามีติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือตามชอบใจก็แล้วแต่ขอให้มีไว้แล้วเป็นสุข เห็นเครื่องราง ของขลัง วัตถุมงคลที่ตนติดตัวแล้วเกิดความมั่นใจ การใส่จี้พระถูกโฉลกจะเสริมดวง และเค้นสุดยอดพุทธคุณมหาศาล พลังพุทธคุณแลอำนาจของการเกื้อหนุนชีวิตให้รุ่งเรืองก้าวหน้า เกี่ยวกับ จี้พระ

วันนี้เรามีประวัติและพุทธคุณกับตัวอย่างของข้อมูลการใส่จี้พระแต่ละรุ่นมาฝากกัน ทุกคนจะได้เลือกใส่จี้พระตามความเชื่อของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกบูชารุ่นไหนดีอย่างไร

1.พระโสธร

โสธร
ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร
อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร มีมากเหลือที่จะเล่าสู่กันฟังให้หมดได้ เพราะหลวงพ่อโสธรเปรียบเสมือนเป็นต้นโพธิ์ไทรอันใหญ่ ให้สรรพสัตว์ได้พำนักอาศัย หลวงพ่อโสธรเป็นร่มใหญ่กางกั้นสรรพภัยอันตราย ความเดือดร้อนลำเค็ญให้สรรพสัตว์ได้อยู่เย็นเป็นสุข
 1.ค้าขายรุ่งเรือง
แต่เดิมหมู่บ้านคนน้อยมาก การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก เมื่อหลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรแล้ว ประชาชนชาวเรือนับถือว่า ถ้าได้บอกขอต่อหลวงพ่อโสธรแล้ว สินค้าก็ซื้อง่ายขายคล่องเป็นเทน้ำเทท่า เรือแพที่ผ่านไปมาในแม่น้ำพอถึงที่ตรงกับโบสถ์หลวงพ่อโสธรแล้ว ผู้ที่นิยมนับถือและเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็วักเอาน้ำในแม่น้ำซึ่งนับถือว่าเป็นน้ำมนต์หลวงพ่อดื่มบ้าง ลูบศีรษะบ้าง ล้างหน้าประพรมเรือสินค้าในเรือ ดังได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ครั้นต่อมาการคมนาคมทางบกสะดวกขึ้น จึงมีผู้คนไปนมัสการหลวงพ่อกันมากขึ้น ผู้ใดเจ็บป่วยก็มาขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อโสธร และก็ได้รับสมความปรารถนาเป็นส่วนมาก กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรได้แผ่ไพศาลไปในถิ่นต่าง ๆ มูลเหตุที่มีงานสมโภชนั้น
 2.ปัดเป่าโรคา
เล่ากันว่า สมัยหนึ่งบ้านโสธรเกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งข้าวกล้าในนาเหี่ยวแห้งตาย สัตว์พาหนะเกิดโรคระบาด ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นโรคฝีดาษล้มเจ็บลงตามกัน ผู้ที่พอหนีได้ก็ทิ้งสมบัติบ้านเรือนหนีเอาตัวรอด ผู้ที่ป่วยไปไม่ไหวก็นอนรอวันตายของตนอยู่ ในกาลนั้นยังมีบุรุษหัวหน้าครอบครัว ๆ หนึ่งก็ได้เป็นโรคนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนที่พอจะเป็นที่พึ่งกันได้ ก็เลยหันหน้าเข้าพึ่งสรณะนมัสการอธิษฐานบนบานขอความคุ้มครองรักษาจากหลวงพ่อ โสธรในวิหาร รับเอายาดีของหลวงพ่อโสธรมา 3 อย่าง คือ ขี้ธูป 1 ดอกไม้เหี่ยวแห้งที่บูชาแล้ว 1 และน้ำมนต์จากหลวงพ่อโสธร 1 เอามาต้มกินทาอาบทั่วสรรพางค์กาย ปรากฏว่าได้ผลสมปรารถนา โรคภัยต่าง ๆ หายเป็นปกติด้วยความดีใจที่โรคหายสมประสงค์จึงจัดให้มีการสมโภชแก้บนถวายหลวงพ่อแต่นั้นมา กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็แพร่ไปทั่วในถิ่นต่าง ๆ กว้างขวางมากยิ่งขึ้นจนเป็นที่เลื่องลือนับถือบูชาว่าหลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดปรารถนาสิ่งใดที่ชอบธรรม ท่านก็ประสิทธิ์ประสาทให้สมประสงค์ 
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแปดริ้วที่ไม่ต้องบอกเล่าทุกคนก็คงรู้เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรแน่นอน และใช่แล้ว นอกจากขึ้นชื่อเรื่องขอพรสิ่งใดก็สมปรารถนา ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องคุ้มครองรักษา แคล้วคลาดปลอดภัยอีกด้วย!!
 เรื่องราวความปาฏิหารย์ของหลวงพ่อโสธรนั้นอันที่จริงแล้วก็มีหลายเรื่อง แต่เรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็มี “ปาฏิหาริย์! แขวน “หลวงพ่อโสธร” 23 องค์ แท็กซี่ถูกกระหน่ำยิง เฉียดหัวคนขับแค่ 10 ซม.” หรือหากคุณผู้อ่านท่านใดมีเรื่องราวปาฏิหารย์ของหลวงพ่อโสธรในเรื่องของความแคล้วคลาดปลอดภัย
ปัจจุบันเชื่อว่าการใส่จี้พระโสธรช่วยให้การงาน ค้าขาย รุ่งเรือง ราบรื่น ปล่อยภัยจากอันตรายทั้งปวง

2.พระแก้วมรกต

“พระแก้วมรกต”
       พระแก้วมรกตความเชื่อผู้ใดห้อยบูชาพระแก้วมรกตทรงฤดูร้อน พระแก้วมรกตทรงฤดูหนาว พระแก้วมรกตทรงฤดูฝนมีความเชื่อว่าจะรอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงแคล้วคลาดอยู่รอดปลอดภัยทุกประการ บันดาลความสุขความเจริญ ความสำเร็จ  ภัยอันตรายใดๆหรือคนคิดร้ายจะทำร้ายไม่สามารถทำอันตรายกล้ำกลายได้ ชีวิตผู้ห้อย ผู้บูชาจะเป็นปกติสุขทุกประการ มีความร่มเย็นเป็นสุข หากใครที่อยู่ไม่เป็นปกติสุข มีแต่ปัญหาความทุกข์ต่างๆ แนะนำให้ห้อยบูชาพระแก้วมรกตห้อยคอ หรือตั้งบูชาไว้ที่บ้านจะเป็นปกติสุขดียิ่ง ร้านวรันณ์ธรมีพระแก้วมรกตให้บูชาขนาดห้อยคอ ขนาดตั้งบูชาเนื้อทองเหลือง เนื้อผง เนื้อแร่เหล็กน้ำพี้ เนื้อมวลสารศักดิ์สิทธิ์ และมีประวัติพระ
ปัจจุบันเชื่อว่าการใส่จี้พระแก้วมรกตช่วยให้พ้นภัยจากอันตรายทั้งปวงแคล้วคลาดอยู่รอดปลอดภัยจากคนที่คิดร้ายหรืออุบัติเหตุทุกประการ

3.พระสมเด็จ

“พระสมเด็จ”
ผู้สร้างคือ สมเด็จพระพุฒาจารย ์(โต) พรหมรังสี เป็นพระเครื่องทีมีอายุการสร้างน้อยที่สุดในบรรดาเบญจภาคีด้วยกัน พระสมเด็จวัดระฆัง สร้างในสมัยรัชกาลที่4 ที่วัดระฆังโฆษิตาราม กรุงเทพฯ “สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่” จัดได้ว่าเป็นสุดยอดพระเครื่องตลอดกาล หรือ “จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง” อีกทั้งเป็นสุดยอดความปรารถนา ที่จะได้ไว้ในครอบครองของบรรดาเหล่าผู้นิยมพระเครื่อง หรือนักสะสมของเก่าทั้งหลาย จัดได้ว่า เป็นของล้ำค่าชิ้นหนึ่งทีเดียว เหตุที่สร้างขึ้นมาก็เพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนาตามเยี่ยงโบราณกาล นอกจากนี้ยังมี พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ,พระสมเด็จวัดเกศไชโยวรวิหาร ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน
 ” พุทธคุณ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยภิบัติ คงกระพัน โชคลาภ”
ปัจจุบันเชื่อว่าการใส่จี้พระสมเด็จช่วยให้เสริมบารมี เสริมดวง โชคลาภมหาศาล ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา เงินทองไม่รั่วไหล

4.พระหลวงปู่ทวด

“หลวงปู่ทวด”
หากถามคนทั่วไปว่าพระองค์ใดให้คุณในด้านปกปักษ์รักษา แคล้วคลาดปลอดภัย กว่า 90% จะตอบว่า ‘หลวงปู่ทวด’ แน่นอน หลวงปู่ทวดคือใคร? ตามประวัติที่พิมพ์เผยแพร่กล่าวว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่องที่สร้างเนื่องด้วยท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง
 
ส่วนในเรื่องของปาฏิหารย์สำหรับผู้ที่ห้อยนั้นก็มีออกข่าวมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น “ปิกอัพฝ่าที่กั้น รถไฟชนกระเด็น คนขับไร้รอยขีดข่วนเพราะห้อยหลวงปู่ทวด” , “ฮ.ตก 7 นักบินรอดตายปาฏิหารย์ เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดรุ่นชนะมารที่นักบินห้อยช่วยไว้” ฯลฯ
ปัจจุบันเชื่อว่าการใส่จี้พระหลวงปู่ทวดคือสุดยอด พระป้องกันภัย คุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ เสริมดวงชะตาให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

5.พระพุทธชินราช

“พระพุทธชินราช”

ตำนานพระพุทธชินราช
ตำนานการสร้างพระพุทธชินราชปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีว่า พระมหาธรรมราชาที่ (พญาลิไทย) รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์พระรวง กรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900 ตามพงศาวดารเหนือ ได้กล่าวเรื่องการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา เจือนิยายไว้ มีใจความว่า เมื่อพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกได้โปรดให้สร้าง เมืองพิษณุโลก เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตรัสให้สร้างวัดพระรัตนมหาธาตุ มีพระมหาธาตุ รูปปรางค์ สูง 8 วา และ พระวิหารทิศ กับระเบียงรอบพระมหาธาตุ ทั้ง 4 ทิศ โปรดให้ช่างชาวชะเลียง (สวรรคโลก) เชียงแสน และหริภุณชัย(ลำพูน) ร่วมมือกันสร้าง พระพุทธรูป หล่อด้วยทองสัมฤทธฺ์ 3 องค์ สำหรับประดิษฐานในพระวิหารทิศ ได้เริ่มทำพิธีเททองหล่อ ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ สัปตศกจุลศักราช 317 (พ.ศ.1498) เมื่อกะเทาะหุ่นออกแล้ว ทองคงแล่น ติดเป็นองค์พระบริบูรณ์เพียง 2 องค์ คือ พระพุทธชินสีห์ กับพระศรีศาสดา ส่วนพระพุทธชิราชทองไม่แล่นติดเต็มพระองค์ ต้องทำพิธีหล่อต่อมาอีก 3 ครั้งก็ยังไม่สำเร็จ ครั้งหลังสุด พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ต้องตั้งสัษจาธิษฐาน แล้วทำพิธีเททองหล่อเมื่อ วันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง นพศกจุศักราช 319 (พ.ศ.1500) จึงสำเร็จเป็นองค์พระบริบูรณ์ในการหล่อครั้งหลังสุดนี้ปรากฏว่ามีปะขาวผู้หนึ่งจะมาแต่ใด ไม่มีใครทราบได้มาช่วยปั้นหุ่น และเททองหล่อพระด้วยเมื่อสร็จพิธีหล่อพระแล้ว ปะขาวก็ออกเดินทาง ไปทางเหนือเมืองพอถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็หายตัวไปไม่มีผู้ ใดพบเห็นอีก ดังนั้น จึงเข้าใจกันว่าปะขาว ผู้นั้นคือ เทวดา แปลงตัวมาช่วยหล่อพระพุทธชินราชจึงได้พุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก เลยเป็นเหตุให้เกิด ความเลื่อมใสในพระพุทธรูปองค์นี้ยิ่งขึ้น ส่วนหมู่บ้านที่ปะขาวไปหายตัวนั้น ก็เลยได้นามในภายหลังว่า บ้านปะขาวหาย หรือตาผ้าขาวหาย มาจนทุก
ปัจจุบันเชื่อว่าการใส่จี้พระพุทธชินราช จะได้รับอานิสงค์ให้ชีวิตรุ่งเรือง มีโชคลาภ ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับประวัติข้อมูลที่นำมาฝากกันหลายคนคงจะได้เห็นปาฏิหารติย์ของแต่ละรุ่นแล้วนะคะว่าสุดยอดกันทั้งนั้น แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกบูชาพระรุ่นไหนดี

สนใจชมสินค้าคลิกที่นี่

สอบถามรายะละเอียดกับแอดมินคลิกที่นี่